การจัดฟันเด็กสามารถทำให้เด็กมีฟันที่คงสภาพนี้ไปได้ตลอดไปหรือไม่แต่ต้องขออธิบายให้ชัดเจนเพื่อความสบายใจนะครับว่า ฟันของมนุษย์เรามีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดชีวิต ตามธรรมชาติครับ
การจัดฟันไม่ใช่การ "หยุด" การเปลี่ยนแปลงของฟันไว้ที่จุดใดจุดหนึ่งแบบถาวร แต่เป็นการจัดระเบียบให้เข้าที่เหมาะสมในช่วงเวลาหนึ่ง นี่คือปัจจัยที่ทำให้ฟันเคลื่อนตัวหลังจากจัดเสร็จแล้วครับ
1. ธรรมชาติของการเคลื่อนที่ของฟัน (Physiological Tooth Movement)
ฟันของเราไม่ได้ถูก "ตอกตะปู" ติดไว้กับขากรรไกรครับ แต่มีเอ็นยึดปริทันต์ (Periodontal Ligament) ที่มีความยืดหยุ่นคอยยึดฟันไว้กับกระดูกเบ้าฟัน ทำให้ฟันสามารถขยับตัวได้เล็กน้อยตลอดเวลาตามแรงบดเคี้ยว การกลืนน้ำลาย หรือแม้แต่การบดเคี้ยวอาหารในแต่ละมื้อ
2. พัฒนาการของร่างกายและอายุ
ในเด็กที่จัดฟันตั้งแต่อายุน้อย ขากรรไกรยังมีการเจริญเติบโตอยู่ เมื่อเด็กโตขึ้นเป็นวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ โครงสร้างใบหน้าและขากรรไกรจะมีการปรับเปลี่ยน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเรียงตัวของฟันโดยเฉพาะฟันหน้าครับ
3. แรงกดจากกล้ามเนื้อรอบช่องปาก
แรงจากลิ้น ริมฝีปาก และแก้ม เป็นตัวกำหนดตำแหน่งฟันที่สำคัญมาก หากพฤติกรรมบางอย่างยังคงอยู่ เช่น การเอาลิ้นดุนฟัน หรือการหายใจทางปาก ฟันก็จะถูกแรงเหล่านี้ผลักให้เคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งที่จัดไว้อย่างแน่นอนครับ
ทำอย่างไรให้ฟันที่จัดเสร็จแล้ว "คงสภาพ" ได้นานที่สุด?
แม้จะไม่สามารถรับประกันได้ 100% ว่าจะคงที่ตลอดไปโดยไม่ขยับเลย แต่เรามีวิธี "ล็อก" ตำแหน่งฟันให้คงที่ได้นานที่สุดครับ:
การใส่เครื่องมือคงสภาพฟัน (Retainer): นี่คือ "หัวใจสำคัญที่สุด" ครับ หลังจากจัดฟันเสร็จ หมอจะให้ใส่รีเทนเนอร์เพื่อให้เหงือกและกระดูกปรับตัวเข้ากับตำแหน่งใหม่ ในช่วง 1-2 ปีแรกต้องใส่ตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด (ปกติคือตลอดเวลา) และหลังจากนั้นจะค่อยๆ ลดเวลาลง แต่ส่วนใหญ่คุณหมอมักแนะนำให้ใส่นอนไปเรื่อยๆ เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัว
การแก้ไขนิสัยที่ไม่เหมาะสม: ต้องกำจัดพฤติกรรม เช่น การดูดนิ้ว การเอาลิ้นดุนฟัน หรือการหายใจทางปากให้หมดสิ้น เพื่อไม่ให้มีแรงมากระทำต่อฟันในระยะยาว
การติดตามผล: การกลับไปพบทันตแพทย์จัดฟันตามนัดหลังจัดเสร็จ (Follow-up) เพื่อตรวจดูว่ารีเทนเนอร์ยังพอดีหรือไม่ และดูว่ามีแรงเคลื่อนผิดปกติเกิดขึ้นไหม